กระบวนการระบบเผาผลาญในร่างกาย

สวัสดีครับคนรักสุขภาพทุก ๆ ท่าน วันนี้ทางเรา gettoknowladge ก็จะพาคุณไปรู้จักกับ กระบวนการระบบเผาผลาญในร่างกาย แต่ละอย่างมีการทำงานอย่างไร ซึ่งเกิดจากอะไรบ้าง เพราะหากคุณเป็นคนที่หันมาสนใจสุขภาพเราอยากจะแนะนำ บทความที่เราได้ไปหาข้อมูลและหยิบยกอ้างอิงมา ให้คุณได้เข้ามาศึกษาหาความรู้

ระบบเผาผลาญ คืออะไร

ระบบเผาผลาญ คืออะไร

ระบบเผาผลาญ (Metabolism) คือ กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางเคมีโดยร่างกายแปรให้สารอาหารที่กินเข้าไปให้กลายเป็นพลังงานที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเดิน วิ่ง นั่ง หรือ กิน รวมไปถึงระบบภายในร่างกายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ระบบย่อยอาหาร การหายใจ ระบบไหลเวียนเลือด ทั้งหมดนี้ล้วนจำเป็นต้องใช้พลังงานทั้งสิ้น ดังนั้น การมีระบบเผาผลาญที่ดีจะช่วยทำให้ร่างกายของสามารถใช้สารอาหารที่กินเข้าไปได้อย่างเต็มที่

โดย กระบวนการระบบเผาผลาญในร่างกาย ของคนทั่วไปนั้น จะเริ่มจากการที่สารอาหารถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดทางลำไส้ใหญ่ แล้วเลือดนั้นก็จะนำสารอาหารไปให้แต่ละเซลล์ของร่างกาย ทั้งเซลล์สมอง กล้ามเนื้อ ผิวหนัง หรือเซลล์ของอวัยวะอื่นๆทั่วทั้งร่างกาย ซึ่งในเซลล์ก็จะมี ไมโทคอนเดรีย ทำหน้าที่นำกลูโคสไปเผาผลาญ คล้ายๆ กับการเผาเชื้อเพลิงเพื่อสร้างเป็นพลังงานให้แก่เซลล์ทุกเซลล์ในร่างกาย ดังนั้น ยิ่งเรารับประทานสารอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลมากเท่าไหร่ ก็จะมีกลูโคสมากเท่านั้น จึงเป็นที่มาของการที่แป้งเป็นสารให้พลังงานหลักแก่ร่างกายนั่นเอง

ซึ่งร่างกายของคนปกติจะเกิดการเผาผลาญพลังงานเช่นนี้มากที่สุดในเซลล์กล้ามเนื้อทั้งกล้ามเนื้อลาย กล้ามเนื้อเรียบ และกล้ามเนื้อหัวใจ เพราะเซลล์ชนิดนี้ มีไมโทคอนเดรียเป็นจำนวนมากกว่าเซลล์อื่นๆ และถ้าหากร่างกายมีระบบเผาผลาญที่ไม่ดี และ ระบบเผาผลาญพัง ก็จะทำให้ร่างกายเกิดการแปรปรวนและป่วยได้ โดยวิธีการสังเกตง่ายๆ ในความผิดปรกติของระบบเผาผลาญทั้งสองสามารถดูได้ดังนี้

ระบบเผาผลาญไม่ดี เป็นอย่างไร

ระบบเผาผลาญไม่ดี คือ เมื่อกินอาหารน้อยแค่ไหน ออกกำลังกายหนักเท่าไหร่หุ่นก็ไม่เฟิร์ม หน้าท้องไม่ลด ขาไม่กระชับ เพราะเกิดจากการได้รับสารอาหารที่น้อยเกินกว่าขั้นต่ำที่ร่างกายต้องการ ร่างกายเลยเก็บทุกอย่างที่ควรจะเอาไปพัฒนากล้ามเนื้อ มาเป็นไขมัน เพื่อให้ร่างกายไม่อดตาย ดังนั้น ทุกคนควรจะศึกษาระบบเผาผลาญที่เป็นขั้นต่ำของร่างกายตนเอง เพื่อจะได้รู้ว่าร่างกายของเรา มีค่าประมาณการในการเผาผลาญอยู่ที่เท่าไหร่ต่อวัน

โดยระบบนี้ทำให้เรามีชีวิตอยู่ได้ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเมื่อระบบเผาผลาญไม่ดีก็จะส่งผลให้ระบบอื่นๆ ในร่างกายเกิดการแปรปรวนตามไปด้วย และทำให้ร่างกายทั้งหมดเสียสมดุลไปด้วย ถือเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องจัดการอย่างเร่งด่วนเมื่อระบบเผาผลาญไม่ดี โดยเริ่มจากการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอพร้อมทั้งออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้ระบบเผาผลาญก็จะค่อยๆ ปรับให้ดีขึ้นได้แล้ว

ระบบเผาผลาญพัง มีอาการอย่างไร

ระบบเผาผลาญพังหรือระบบเผาผลาญเสื่อม คือ การที่ร่างกายไม่สามารถเผาผลาญสารอาหารที่รับประทานเข้าไปนำมาใช้เป็นพลังงาน หรือ ATP (Adenosine Triphosphate) ได้ ทำให้ยังมีสารอาหารตกค้างและไปสะสมเป็นไขมันตามส่วนต่างๆของร่างกาย ส่วนสาเหตุหลักของระบบเผาผลาญพัง คือ การที่ร่างกายไม่มีตัวช่วยในการเผาผลาญที่ดีและเพียงพอ โดยในที่นี้หมายถึง เซลล์ทุกเซลล์ของร่างกาย โดยเฉพาะกล้ามเนื้อ เพราะกล้ามเนื้อมีสิ่งที่เรียกว่าไมโทคอนเดรียปริมาณมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่จะช่วยนำกลูโคสหรือน้ำตาลที่เรารับประทานและมีอยู่ในเลือด มาเปลี่ยนเป็นสารพลังงานที่ชื่อว่า “ATP (Adenosine Triphosphate)” ผ่านกระบวนการหายใจระดับเซลล์ ซึ่งกระบวนการนี้เกิดขึ้นภายในทุกเซลล์ของร่างกาย ซึ่งจุดสำคัญที่มักจะเกิดการสะสมของไขมันมีด้วยกัน 4 จุด ได้แก่ บริเวณช่องท้อง บริเวณใต้ผิวหนัง บริเวณกล้ามเนื้อ และบริเวณรอบอวัยวะภายใน

นอกจากทราบระบบเผาผลาญของร่างกายต่างๆ ไปแล้ว มาทราบกันต่อในเรื่องของระบบเผาผลาญไขมันกันต่อลองมาดูกันว่าระบบเผาไขมันคืออะไร

เผาผลาญไขมัน คืออะไร

“เผาผลาญไขมัน” หรือ “เบิร์นแฟต” คือ กระบวนการที่ร่างกายเปลี่ยนพลังงานไขมันเป็น ATP (Adenosine Triphosphate) หรือ เป็นการเปลี่ยนรูปแบบพลังงานที่เซลล์ในร่างกายนำไปใช้ได้เลย

การเผาผลาญไขมัน เป็นยังไง?

การเผาผลาญไขมันในร่างกายนั้น จริงๆ แล้วเซลล์ไขมัน (Adipocyte) ยังไม่ได้เคลื่อนย้ายไปไหน หรือไม่ได้ถูกส่งไปยังเซลล์กล้ามเนื้อเพื่อเผาผลาญไปเป็นพลังงานเลยทันที ถ้าสรุปให้เข้าใจง่ายก็คือ ถ้าตัวเรามีเซลล์ไขมันในร่างกายเยอะๆ เช่น ต้นขา ต้นแขน พุง และก้น ไขมันที่อยู่ในส่วนนี้ก็จะอยู่ตรงนั้นโดยไม่ได้เคลื่อนย้ายไปไหน และยิ่งเรามีปริมาณเซลล์ไขมันมากเท่าไหร่ ตัวเราก็จะอ้วนขึ้นเรื่อยๆ โดยวิธีเดียวที่จะสามารถเผาผลาญไขมันได้ คือ ต้องบังคับหรือกระตุ้นให้เซลล์ไขมันส่ง กรดไขมันอิสระ (Free Fatty Acids) ออกมา เพื่อที่ อัลบูมิน (Albumin) จะได้จับกรดไขมันอิสระไปยังเซลล์กล้ามเนื้อเพื่อเผาผลาญเป็นพลังงานไปใช้ต่อไปนั่นเอง

เมื่อได้ทราบการเผาผลาญไขมันกันไปแล้ว ต่อไปมารู้จักกับการเผาผลาญพลังงานในร่างกายกันต่อ มาดูกันว่าร่างกายของเรามีการเผาผลาญพลังงานอย่างไร

การเผาผลาญพลังงาน คืออะไร

การเผาผลาญพลังงาน คือ ปฏิกิริยาในร่างกายระดับเซลล์ที่ทำให้เกิดพลังงานแก่ร่างกาย เพื่อนำไปใช้ในการทำงานของเซลล์แต่ละเซลล์ รวมไปจนถึงพลังงานในการเคลื่อนไหวร่างกาย ย่อยสารอาหาร และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในร่างกาย

คนส่วนใหญ่เมื่ออายุเกิน 30 ปีขึ้นไป มักมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นตามอายุที่มากขึ้น และบางคนก็มีการเผาผลาญพลังงานที่ลดลงเกินวัยจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น มวลกล้ามเนื้อลดลง เนื่องจากไม่ค่อยมีการออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ รับประทานอาหารไม่เป็นเวลา และชอบรับประทานอาหารมื้อหนัก กิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายระหว่างวันน้อยลง ความเครียดสูง รวมไปถึงการชอบรับประทานแต่อาหารประเภทแป้ง น้ำตาล และอาหารสำเร็จรูป

โดยวิธีสังเกตว่ารู้ร่างกายมีอัตราการเผาผลาญลดลงก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิดเพียงแค่ ถ้ารู้สึกอ่อนเพลียง่าย เหนื่อยเร็ว เบื่อหน่ายกิจกรรมเคลื่อนไหวต่างๆ ไม่กระตือรือร้น ขี้หนาว เหงื่อออกน้อย เคลื่อนไหวช้าลง และน้ำหนักเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แม้จะพยายามควบคุมอาหารอย่างไร น้ำหนักก็ไม่ลด หรือรู้สึกว่าการลดน้ำหนักยากมากขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อถึงแม้จะลดน้ำหนักได้แต่น้ำหนักก็จะกลับมามีน้ำหนักขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งถ้าเริ่มรู้ว่าร่างกายมีระบบการเผาผลาญพลังงานที่แย่ลงก็ตาม แต่ร่างกายเราก็สามารถฟื้นฟูระบบเผาผลาญได้เช่นกัน

การฟื้นฟูระบบเผาผลาญ

อย่างที่เกริ่นไปข้างต้นว่า เมื่อเราเริ่มรู้ว่าระบบเผาผลาญของเราทำงานผิดปรกติเราก็ต้องมาฟื้นฟูระบบเผาผลาญกันใหม่ ส่วนวิธีการในการฟื้นฟูระบบเผาผลาญนั้น ก็มีอยู่หลายวิธีด้วยกัน เช่น

อย่างดแป้ง

การลดน้ำหนักอย่างถูกวิธีคือ การจัดสมดุลให้ร่างกาย ห้ามมองว่าแป้งคือตัวร้ายและพยายามงด ยิ่งเพราะจะเป็นการทำให้ระบบเผาผลาญของเราพังลงได้ง่ายๆ ดังนั้น ทางที่ดีควรจัดสรรการกินอย่างถูกวิธี และเลือกกินแป้งในปริมาณที่พอเหมาะไม่เยอะหรือไม่น้อยจนเกินไป เพียงเท่านี้ ก็สามารถฟื้นฟูระบบเผาผลาญได้แล้ว

เพิ่มกล้ามเนื้อ

การออกกำลังเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อเป็นการช่วยกระตุ้นให้ระบบเผาผลาญกลับมาดีได้ดังเดิม ซึ่งการเพิ่มกล้ามเนื้อทำได้โดยการค่อยๆ เพิ่มแคลอรี่ในอาหาร ซึ่งควรเลือกกินแคลอรี่ที่ดี โปรตีนและวิตามินควรจัดสรรการกินให้พอกับที่ร่างกายต้องการ ในขั้นตอนนี้เป็นไปได้ว่าน้ำหนักของสาวๆ จะขึ้นมาเล็กน้อย แต่เป็นการช่วยฟื้นฟูระบบเผาผลาญให้กลับมาดีและจะช่วยลดน้ำหนักได้แน่นอน

ลดการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ

คือ การออกกำลังกายที่เน้นการเบิร์นน้ำหนักได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นผลดีต่อคนที่ระบบเผาผลาญแบบปกติ แต่สำหรับคนที่ต้องการฟื้นฟูระบบเผาผลาญ ควรเน้นไปที่การออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งแทน โดยการเวทที่กล้ามเนื้อมัดใหญ่เป็นหลัก ทั้งนี้เพื่อเป็นการเพิ่มมวลกล้ามเนื้อในร่างกาย และสามารถทำให้ระบบเผาผลาญสามารถทำงานได้แบบปกติ

คอร์สฟื้นฟูระบบเผาผลาญ

จริงๆ แล้ว การฟื้นฟูระบบเผาผลาญไม่จำเป็นต้องไปเสียเงินแต่อย่างใดเพียงแค่

ปรับการกิน กินให้มากขึ้น และเลือกทานสารอาหารที่ดีขึ้นกินให้ประมาณ TDEE (ค่าพลังงานที่ร่างกายต้องการในการทำกิจกรรมต่างๆในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นการเดิน วิ่ง นอน ทำงาน หรือว่าออกกำลังกาย) ให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ร่างกายจะได้รู้ว่า เราไม่ได้กำลังจะตาย ไม่ได้ขาดอาหาร เพื่อให้ร่างกายจะได้ไม่สะสมไขมัน

ปรับการออกกำลังกาย “เพิ่มการเวต โฟกัสที่การสร้างมวลกล้ามเนื้อ” จัดตารางออกกำลังกายให้เหมาะสม เล่นเวตเพื่อสร้างมวลกล้ามเนื้อ (การที่เรามีมวลกล้ามเนื้อเยอะ ระบบเผาผลาญเราดีขึ้น) พยายามฝึกเพื่อเป็นการพัฒนาหัวใจและปอดอีกทางหนึ่งอีกด้วย

นอกจากการควบคุมอาหารแล้ว การทำกิจกรรมอื่นๆ เพื่อให้ร่างกายได้เกิดการเผาผลาญพลังงานอย่างต่อเนื่อง ก็ช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้เช่นกัน ดังนั้นคอร์สฟื้นฟูระบบเผาผลาญจึงไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินแพงๆ เพียงแค่ ออกกำลังกายเป็นประจำ เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว

อาหารเสริมฟื้นฟูระบบเผาผลาญ

สำหรับการฟื้นฟูระบบเผาผลาญนั้น นอกจากจะออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอแล้ว การเลือกอาหารก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะถ้าเราไม่เลือกอาหารที่เหมาะสมการฟื้นฟูระบบเผาผลาญก็อาจจะได้ผลช้าหรืออาจจะไม่ได้ผลเลยก็ได้ มาดูกันว่าอาหารเสริมที่ฟื้นฟูระบบเผาผลาญ โดยไม่ต้องพึ่งยาลดน้ำหนักมีอะไรบ้าง

อกไก่

สาเหตุที่ต้องเลือกอกไก่ เพราะตรงส่วนอกไก่นั้นมีไขมันน้อย ให้พลังงานต่ำ อีกทั้งยังย่อยง่ายด้วย ซึ่งดีต่อคนต้องการลดน้ำหนัก และในอกไก่ยังประกอบไปด้วยสารอาหารมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโปรตีนที่ดีอย่างยิ่งสำหรับคนสร้างกล้ามเนื้อเพราะอกไก่จะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้เป็นอย่างดี

ไข่ต้ม

เป็นหนึ่งในเมนูสูตรลดน้ำหนักที่ได้ผล แถมยังเป็นแหล่งโปรตีนเพื่อสุขภาพอีกด้วย อย่างไรก็ตาม แม้ว่าไข่ต้ม 1 ฟองจะให้พลังงานแก่ร่างกายน้อย แต่ก็ไม่ควรกินมากเกินวันละ 6 ฟองเด็ดขาด เพราะไข่ต้ม 6 ฟองก็ถือว่าให้พลังงานกว่า 500 กิโลแคลอรีเลยทีเดียวและเพื่อให้การลดน้ำหนักได้ผลสำเร็จ แนะนำให้กินจำกัดไม่เกินวันละ 3 ฟองจะเป็นผลดีต่อการลดน้ำหนักมากกว่า นอกจากนี้ ผู้ที่มีโรคประจำตัวแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนกินไข่ต้มลดน้ำหนักจะดีที่สุด เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาต่อสุขภาพตามมาภายหลัง

ปลา

เหตุผลที่ต้องทานปลาเพราะว่าปลาเป็นหนึ่งในอาหารทะเลที่อุดมไปด้วยโปรตีนและไขมันที่น้อยกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่นๆ อีกทั้งยังช่วยป้องกันโรคได้หลายชนิด เช่น ช่วยลดโอกาสการเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจ หัวใจล้มเหลว และอัมพาต เป็นต้น

น้ำเต้าหู้

ถือเป็นทางออกที่ดี เพราะน้ำเต้าหู้มีโปรตีนสูงทำให้ร่างกายรู้สึกอิ่ม ช่วยให้น้ำหนักลดลงได้เพราะไม่มีแป้ง การเลือกดื่มน้ำเต้าหู้ควรเลือกแบบไม่ใส่น้ำตาล แต่ถ้าในตอนแรกรู้สึกว่ากินยาก ให้เริ่มจากการทานแบบหวานน้อย แล้วค่อยๆ ลดน้ำตาลลงมาก็ได้

นอกจากร่างกายจำเป็นต้องมีระบบเผาผลาญที่ดีแล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่จำเป็นกับร่างกาย นั่นคือ “เมตาบอลิซึม” ( Metabolism) ซึ่งจะมีความสำคัญกับร่างกายอย่างไรลองมาดูกัน

METABOLISM คืออะไร

Metabolism คือ กระบวนการทางเคมีที่ช่วยให้ร่างกายทำงานได้ตามปกติหรือสามารถรักษาภาวะต่างๆ ภายในร่างกายให้คงที่ (Homeostasis) กระบวนนี้จะประกอบด้วยการย่อยสารอาหารจากอาหารและเครื่องดื่มที่บริโภคเข้าไป และการเสริมสร้างและซ่อมแซมส่วนต่างๆ ในร่างกาย ซึ่งกระบวนการเมตาบอลิซึมจะเปลี่ยนอาหารและเครื่องดื่มที่รับเข้าไปให้กลายเป็นพลังงาน เพื่อนำไปใช้ทำสิ่งต่างๆ เช่น หายใจ ไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงอวัยวะ ควบคุมอุณหภูมิร่างกาย ช่วยไม่ให้กล้ามเนื้อหดเกร็ง ย่อยอาหาร ขับของเสียออกมาในรูปปัสสาวะหรืออุจจาระ รวมทั้งทำให้สมองและเส้นประสาททำงานได้

เมตาบอลิซึม สำคัญอย่างไร ?

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าการมีน้ำหนักตัวมากขึ้นเป็นผลจากกระบวนการเมตาบอลิซึมที่ทำงานช้าลง แท้จริงแล้ว การทำงานของเมตาบอลิซึมที่ช้าลงนั้นเป็นสาเหตุของภาวะน้ำหนักเกินที่พบได้ไม่บ่อย ทั้งนี้ พลังงานที่ได้จากการบริโภคอาหารและเครื่องดื่ม รวมทั้งกิจกรรมที่ทำในแต่ละวันคือปัจจัยที่ส่งผลต่อน้ำหนักตัวโดยตรง โดยกระบวนการเมตาบอลิซึมมีความสำคัญต่อร่างกายอยู่ 2 ลักษณะ ได้แก่ เปลี่ยนอาหารและเครื่องดื่มให้เป็นพลังงาน และส่งผลต่อน้ำหนักตัวนั่นเอง

กระบวนการเมตาบอลิซึม แบ่งออกได้กี่ส่วน

กระบวนการทางเคมีของเมตาบอลิซึมแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ กระบวนการสลาย (Catabolism) คือ กระบวนการทางเคมีที่สลายส่วนประกอบหรือสารอาหารของอาหารหรือเครื่องดื่มที่บริโภคเข้าไป เช่น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน โดยจะสลายสารอาหารดังกล่าวให้อยู่ในรูปพลังงานที่พร้อมนำไปใช้เสริมสร้างการเจริญเติบโต หรือซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย และกระบวนการสร้าง กระบวนการสร้าง (Anabolism) คือ กระบวนการทางเคมีที่สร้างหรือซ่อมแซมอวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกาย โดยกระบวนการนี้ต้องนำพลังงานที่ได้จากการบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มมาใช้ หากได้รับพลังงานที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันมากเกินไป ร่างกายจะนำสารอาหารส่วนเกินมาเก็บสะสมในรูปของไขมัน

ทั้งหมดนี้ ไม่ว่าจะเป็นระบบการเผาผลาญ ระบบเผาผลาญไขมันและกระบวนการทำงานของ “เมตาบอลิซึม” ( Metabolism) รวมไปถึงการฟื้นฟูระบบเผาผลาญ ล้วนมีความสำคัญกับร่างกายเสมอ

ทิ้งท้าย

ดังนั้นจากที่คุณได้อ่านมาการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่นั้นสำคัญเป็นอย่างมาก ทำให้ช่วยกระบวนการเผาผลาญในร่างกายคุณนั้นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่ใช่ว่าคุมอาหารอย่างเดียวคงไม่พอนะครับ เราต้องขยันออกกำลังกายในทุกๆ วันเพื่อให้เรานั้นมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง

อ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.zozono-thailand.com